ขอแนะนำโอกาสที่ดีมีประโยชน์ครบมาให้คุณ
ความมั่นใจคือพลัง สู่ความสำเร็จ

ความเชื่อ จงเชื่อมั่น
มหาตมะ คานธี ได้เคยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับจิตวิทยาแห่งความเชื่อไว้อย่างน่าสนใจว่า มนุษย์เรามักจะเป็นอย่างที่เราเชื่อ ถ้าเราเชื่อว่าเราทำได้ก็มักจะทำได้จริง แต่คิดกลัวแต่แรกว่าทำไม่ได้ก็มักจะทำสิ่งนั้นไม่สำเร็จ แต่ตั้งใจมั่นแต่แรกว่าต้องทำได้ก็มักจะทำสำเร็จเสมอ แม้แต่แรกจะไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ก็ตาม
เฮนรี ฟอร์ด ก็บอกเช่นกัน ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้มันก็มักเป็นอย่างนั้นเสมอ แต่ไม่ว่าคุณจะคิดว่าทำได้หรือทำไม่ได้ มันก็ขึ้นอยู่กับความคิดและการลงมือทำของคุณเองเสมอ
ความสามารถในการบรรลุสู่ความสำเร็จสูงสุดนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 ประการ คือ ความเชื่อมั่นและการลงมือทำคือปัจจัยพื้นฐาน เพราะความเชื่อเป็นสิ่งที่ทำให้ความคิดเรากลายเป็นรูปเป็นร่าง อันเป็นตัวกำหนดการกระทำ ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ในขั้นสุดท้าย เนื่องจากความเชื่อนั้นมีพลังมากเสียจนมีอิทธิพลต่อความคิดและพฤติกรรมของเราอย่างแรงกล้า
ถ้ามั่นใจก็ประสบความสำเร็จได้
นักวิชาการด้านการศึกษาท่านหนึ่งของอังกฤษได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อเรื่องความเชื่อที่จะประสบความสำเร็จ เขาได้แสดงให้เห็นถึงผลการทดลองของครูกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้รับคำชมจากครูใหญ่ว่าพวกเขานั้นสอนหนังสือได้ดีมาก ดังนั้นพวกเขาจะได้สอนนักเรียนห้องที่ฉลาดที่สุดในโรงเรียน
ครูกลุ่มนี้ได้รับการสั่งห้ามว่าห้ามบอกนักเรียนกลุ่มนี้ว่าพวกเขาได้รับคัดเลือกให้มาสอนเด็กกลุ่มที่เก่งที่สุดในโรงเรียน โดยต้องสอนด้วยหลักสูตรแบบเดียวกับนักเรียนกลุ่มอื่นๆ และนักเรียนกลุ่มนี้ถูกคาดหวังว่าจะมีผลการเรียนดีเลิศเหมือนเช่นเคยได้ ผลสอบปลายปีสรุปว่าเด็กกลุ่มนี้มีผลการเรียนเป็นยอดกว่าทุกชั้นในโรงเรียนของโรงเรียนละแวกนั้น ซึ่งไม่น่าแปลกใจของใครๆ
แต่ความจริงแล้วนักเรียนกลุ่มที่คัดเลือกมาคือนักเรียนจากชั้นธรรมดา ไม่ใช่จากห้องที่เก่งที่สุดแต่อย่างใด เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าอำนาจและพลังแห่งความเชื่อนั้นสามารถกำหนดชะตากรรมและกำลังใจแก่ครูกลุ่มนี้ให้สอนได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่หลักสูตรการสอนก็ธรรมดา นักเรียนก็ธรรมดา แต่เพราะเชื่อว่านี่เป็นเด็กกลุ่มที่ฉลาดที่สุด ต้องสอนให้ดีที่สุด ถ้าคุณผู้อ่านไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า ลูกน้อง หรือคนทำงานอะไรก็ตาม หากมีความเชื่อมั่นและตั้งใจที่จะไปสู่สิ่งที่ดีกว่าและประสบความสำเร็จ คุณก็จะไปสู่จุดสูงสุดได้เช่นกัน
ธุรกิจใช้เวลาสะสมความสำเร็จเล็กๆทุกวัน 3-5 ปี เท่านั้น
เราไม่ได้ใช้เวลาทำธุรกิจตลอดชีวิต เราจะใช้เวลาแค่ 3 -5 ปี สะสมความสำเร็จเล็กๆจากเวลาว่างหลูังเลิกงานประจำหรือภาระกิจหลักของคุณเท่านั้น เปลี่ยนกิจกรรมตอยเย็นที่คุ้นเคยเช่นการนั่งล้อมวงเพื่อสังสรรค์มีรายการดื่มเพื่อผ่อนคลายประจำวันซึ่งเป็นที่ชื่นชอบและเรามักจะพากันมารวมตัวเพื่อความสุขนี้ ปรับเปลี่ยนไปเป็นการนำเวลาที่ปรับได้มาสร้างงานให้ระบบทุกๆวันๆละ 1 - 3 ชั่วโมงแล้วเดือนละครั้งที่ยังคงมีการสังสรรค์เพื่อยังคงความสัมพันธ์กับกลุ่มอยู่
จินตนาการสู่ความสำเร็จ
จงจินตนาการบรรลุสู่ความสำเร็จอยู่เสมอ ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจให้ลองนึกถึงวันที่คุณทำการค้าทะลุเป้าหมายแบบถล่มทลายว่าคุณยินดีและมีความสุขแค่ไหน แล้ววางแผนวิธีการลงมือทำไปสู่จุดนั้น แม้จะยังไม่สำเร็จทันทีในครั้งแรก แต่งานของคุณจะก้าวหน้าขึ้นอย่างน้อย 1 ขั้นเสมอ ก่อนออกไปขยายธุรกิจ มองกระจกและยิ้มให้กับตัวเอง และบอกว่าวันนี้เป็นวันดีที่คุณจะทำขยายธุรกิจทะลุเป้า สั่งจิตส่งพลังใจจากภายในมาสู่ภายนอก ยืนทำสมาธิก่อนออกจากบ้านสัก 15 นาที ลองฝึกซ้อมทางใจอย่างนี้ทุกวัน คุณจะพบว่าผลการขายของคุณจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ความคิดมีอิทธิพลกับคนเรา พลังแห่งความคิดและความเชื่อสามารถผลักดันคนให้ไปสู่ความสำเร็จได้ ถ้ามั่นใจก็ประสบความสำเร็จได้ มีนักเขียนเจ้าของรางวัลโนเบลท่านหนึ่งได้เคยกล่าวไว้ว่า การที่จะบรรลุถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้นั้น ไม่เพียงแต่เราจะต้องลงมือทำอย่างจริงจังแล้ว แต่ยังจะต้องมีความฝันเพิ่มเติมอีกด้วย ฝันถึงความสำเร็จ มองเห็นภาพล่วงหน้าว่าตัวเองประสบความสำเร็จอย่างไร มีความสุขแค่ไหน คือ มีศรัทธาและความเชื่อบวกเข้าไปด้วย
ขจัดความคิดเชิงลบ
ความคิดในแง่ร้ายถือเป็นอุปสรรคต่องานของคุณ ปรับมายด์เซ็ตใหม่จะทำให้คุณสนุกกับงานในทุกสถานการณ์ การบ่นว่าวันนี้อากาศร้อนมาก รถติดน่ารำคาญ จงลืมมันเสีย และบอกกับตัวเองว่าวันนี้เป็นวันดีของฉัน ฉันจะเจอแต่เรื่องดีๆ คุณจะพบว่าแรงกระตุ้นจากภายในจะสร้างพลังใจในการทำงานที่ดีแก่คุณอย่างเหลือเชื่อ อย่าให้ความคิดเชิงลบมาขัดขวางการทำงานที่ดีและประสบความสำเร็จของคุณ
ให้ตัวช่วยนี้พาคุณหลุดออกจากบ่วง
เรากำลังอยู่ในห้วงของสถานการณ์การเปลี่ยนผ่าน จากยุคอุตสาหกรรม 3.0 เข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่กำลังจะสิ้นสุด ณ. ปี คศ 2030 หรือ พศ 2573 เราจึงเห็นการเกิดความเปลี่ยนแปลงที่เราไม่เคยเห็นความยากลำบากที่เราไม่เคยเจอ สถานการณ์ต่างๆ พาเหรดกันเข้ามาให้เราเรียนรู้กันอย่างที่เราไม่เคยพบเจอและรู้จักมาก่อน เมื่อเข้าสู่ยุคเรียบร้อยแล้วเรายังคงจะต้องเผชิญกับระเบียบโลกใหม่ที่มีกฎเกณท์ข้อบังคับใหม่ๆ กฎของหน้าที่การงานใหม่ กฎของการทำธุรกิจและการทำธุรการต่างๆ หากเราไม่เตรียมตัว ความวุ่นวายสับสนคงจะทำให้เราวุ่นวายมีแต่ความวิตกและกังวล เรามาใช้เวลาที่ยังหลงเหลือนี้สร้างตัวช่วยให้ชีวิตของเราและครอบครัวให้ไม่ต้องได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คุณจะเห็นความแตกต่างเมื่อเข้ามาเรียนรู้
ทำซ้ำๆจะนำพาคุณเป็นมืออาชีพ
แนะนำสิ่งดีๆให้กับผู้คน บอกเล่าความสุขที่พวกเขาจะได้รับ ประโยชน์มากมายที่คุณจะได้รับจากการบริการของคุณ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น